บันทึกท่องเที่ยวฮันนีมูนมัลดีฟส์ ตอนที่ 2: สู่เกาะมัลดีฟส์

ไดอารี่วันแรกของการเดินทางไปฮันนีมูนที่ประเทศมัลดีฟส์

ทำไมต้อง Constance Halaveli?

Screenshot_050816_105650_AM
Constance Halaveli

จากตอนที่แล้วได้เขียนค้างไว้ว่า ทำไมถึงเลือกมาพักที่รีสอร์ทแห่งนี้ ก็อย่างที่ได้กล่าวไปว่า ภรรยาอยากได้ที่พักแบบที่เป็นบ้านกลางน้ำ (Water Villa) และมีสระว่ายน้ำส่วนตัว (Pool Villa) และอื่นๆ พอได้ลองหาข้อมูลจากเวบทางการของรีสอร์ทปุ๊บก็อยากมาทันที

Constance Halaveli เป็นรีสอร์ทระดับ 5 ดาว ในเครือของ Constance ซึ่งเป็นเชนโรงแรมของทางยุโรป โดยทางคุณหนุ่มจาก Maldivespackage ก็ได้แนะนำว่า รีสอร์ทแห่งนี้สวย และราคาของ Water Villa จะราคาถูกกว่าแบบ Beach Villa เนื่องจากที่พักแห่งนี้กลุ่มเป้าหมายเป็นชาวยุโรปที่ส่วนใหญ่แล้วจะมากันเป็นครอบครัวใหญ่มากกว่า ส่วนชาวเอเชียจะชอบมาเป็นแบบคู่รักมาเป็นคู่ๆพักแบบ Water Villa

Screenshot_050816_105905_AM
ห้องพักแบบ Water Villa
Screenshot_050816_105942_AM
ห้องพักแบบ Beach Villa

โดยคุยกับคุณหนุ่มว่า อยากได้แบบ all inclusive หรือเดินทางมาพักโดยไม่ต้องจ่ายค่าอะไรเพิ่มเติมละ อยากได้อาหาร เช้ากลางวัน เย็น และเครื่องดื่ม ซึ่งก็สามารถคุยได้ และได้เลือก package เป็นแบบ Crystal Ultimate Package สำหรับคู่ฮันนีมูน มีส่วนลดสปา 50% ให้อีกด้วย

เลยตกลงเลือกพักรีสอร์ทที่นี่ ซึ่งการเดินทางมาก็จะต้องใช้ Seaplan เดินทางมาด้วย

เลาจน์ของ Bangkok Airways ที่สุวรรณภูมิ

ย้อนกลับมาที่วันเดินทาง หลังจากที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วประมาณ 7:00 น. โดยต้องมาเช็คอินก่อนเครื่องออกประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ได้เข้ามาพักที่เลาจน์ของ Bangkok Airways โดยได้หาอะไรกินรองท้องก่อนขึ้นเครื่อง

DSCF5372
เลาจน์ของ Bangkok Airways
DSCF5379
เมนูเด็ด ข้าวต้มมัด

ของเด็ดของที่นี่ก็คงจะเป็นข้าวต้มมัดอีกตามเคย

และออกเดินทางสู่ประเทศมัลดีฟต์ประมาณเวลา 9:25 น.

DSCF5396

DSCF5404
นั่งรอที่เกท แสดดด…โฟกัสผิด หน้าไม่ชัดเลย

การเดินทางด้วย Seaplane

หลังจากลงเครื่องที่ประเทศมัลดีฟต์ที่สนามบิน Ibrahim Nasir International Airport ซึ่งเป็นสนามบินที่ไม่ใหญ่มาก น่าจะประมาณสนามบินนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ ตรงที่ตรวจคนเข้าเมืองก็สามารถเข้าเป็นคู่ได้เลย ไม่ยุ่งยากมาก

พอได้รับกระเป๋าก็ออกมาด้านนอก ก็มีพนักงานจาก Constance Halaveli มารับ ช่วยถือกระเป๋าให้จากนั้นก็พาไปซื้อตั๋ว Seaplane โดยน้ำหนักของกระเป๋าที่ขึ้น Seaplan เค้าก็ชั่ง และเหมือนจะให้ไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อคน ส่วนใบที่ถือหิ้วขึ้นไม่แน่ใจ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พอขึ้นรถบัสไปยังเลาจน์ของ Constance ซึ่งเป็นเลาจน์เฉพาะของทางรีสอร์ทเอาไว้นั่งรอระหว่างรอ Seaplane มารับ ไฮโซพอได้ เพราะเท่าที่ดู มีแค่ของ Constance และ W Retreat ที่มีเลาจน์แบบนี้

Seaplane จะไปจอดบริเวณจุดจอดห่างจากรีสอร์ทประมาณ 5 นาที พอไปถึงแล้วทางรีสอร์ทก็จะส่งเรือเร็วมารับ พร้อมกับผ้าเย็นให้เช็ดหน้าเช็ดตา

DSCF5479
เลาจน์ของ Constance เอาไว้นั่งรอ Seaplan
DSCF5504
Seaplane ที่พาเรามายังรีสอร์ท
DSCF5540.jpg
นั่ง Seaplane เสร็จก็มาต่อเรือต่อไปยังรีสอร์ท

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกับ Atoll

ระหว่างที่เรานั่ง Seaplan ไปยังรีสอร์ทเราจะเห็นเกาะน้อยใหญ่เรียงรายอยู่เต็มไปหมด โดยเกาะเล็กๆเหล่านี้เรียกว่า อะทอลล์ (Atoll)  เป็นเกาะปะการังรูปวงแหวนที่ล้อมรอบลากูน ที่อาจล้อมปิดลากูนโดยสมบูรณ์หรือล้อมรอบเป็นบางส่วนก็ได้ (ที่มา: วิกิพีเดีย)

ดูไกลๆแล้วสวยมาก นี่ถ้าเลือกรีสอร์ทที่ต้องเดินทางมาโดยใช้ Speedboat จะไม่สามารถมองเห็นจากด้านบนได้

DSCF5516
นี่แหละเรียกว่า Atoll

มาถึงที่พัก

ห้องพักที่เลือกไว้เป็นแบบ Water Villa โดยห้องพักประเภทนี้ของที่นี่จะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวทั้งหมด และ complimentary ของที่นี่คือ สามารถเลือกกินอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในตู้เย็นได้เกือบหมดเลย รวมไปถึงชาและกาแฟแบบที่เป็นแคปซูลที่สามารถทำเองได้

โดยโซนที่พักจะยื่นออกไปในทะเล ซึ่งภรรยาก็ได้ request ไปอีกว่าขอไกลๆห่างผู้คนหน่อย ซึ่งก็ต้องใช้รถกอล์ฟหรือ Buggy ในการเดินทาง โดยพนักงานจะขับมาส่งและรับตลอดที่อยู่ที่นั่นเลย

พนักงานที่นี่มีทั้งคนญี่ปุ่น เอเชีย ฝรั่ง และพนักงานมัลดีฟต์ ทุกคนบริการดีมากและทักทาย ถามสารทุกข์สุกดิบทุกครั้งที่เจอกันเลยทีเดียว

DSCF5560
Welcome Drink
DSCF5555
วิวชายหาดช่วงเที่ยงๆบ่ายๆ
DSCF5677
ที่พักรีสอร์ทมี 2 ฝั่ง ฝั่งชายหาด (ซ้าย) และฝั่งบนน้ำทะเล (ขวา)

 

GOPR1622
พนักงานขับรถกอล์ฟพาไปยังห้องพัก
DSCF5567
ห้องพักแบบ Water Villa
GOPR1639
ห้องนอน
DSCF5570
แชมเปญ complimentary จากรีสอร์ทสำหรับคู่ฮันนีมูน
GOPR1644
ห้องน้ำ
GOPR1645
วิวจากห้องน้ำไปหลังบ้าน
www.flickr.com/mean2sexy
วิวหลังบ้านเป็นส่วนตัวมากๆ
DSCF5652
ทีเด็ดอยู่ที่วิวหลังบ้าน อิอิ

ไปนั่งเรือดูปลาโลมา

พอเข้าห้องพัก พักผ่อนซักแปบก็ออกมานั่งเรือดูปลาโลมา เพราะเมนูกิจกรรมที่จัดไว้สำหรับดูปลาโลมา มันมีแค่วันนี้วันเดียว เลยต้องจำใจไปทั้งๆที่จริงๆแล้วรู้สึกเหนื่อยกับการเดินทางมาก

แต่ไหนๆก็ไหนๆละ ก็ไปเลยเพราะมาทั้งที่จะมาอยู่แต่ห้องก็ไม่คุ้ม เลยออกไปนั่งเรือดูปลาโลมากันดีกว่า

นั่งเรือออกไปเป็นชั่วโมงก็ยังหาไม่เจอ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่พาไปก็บอกว่าไม่การันตีว่าจะเจอปลาโลมานะ แต่สุดท้ายก็เจอ มันขึ้นมาว่ายน้ำจ๋อมๆ ข้างๆเรือเลย เขียนอธิบายคงไม่เห็นภาพ ลองดูภาพและวิดีโอด้านล่างนี้เองละกัน

DSCF5694

DSCF5771

ดินเนอร์ที่ Jing Restaurant

ห้องอาหารของที่นี่จะแบ่งออกเป็น 3 ที่ คือ Jing Restaurant , Jahaz Restaurant และ Meeru Restaurant โดยวันนี้ได้เลือกมาที่ Jing Restaurant ซึ่งจะมี Jing Bar อยู่ข้างๆ  วิวจะเป็นวิวทางทิศตะวันตก สามารถมาในช่วงเย็นๆเพื่อดูวิวทางทิศตะวันตกได้

แต่เสียใจที่ไปดูปลาโลมามา กลับดึกไป เลยไม่ได้มานั่งจิบคอกเทล ดูตะวันตกดินเลย

อาหารที่นี่จะเป็นแบบคอร์ส ซึ่งถ้ามาพักแบบ Crystal Ultimate Package จะสามารถเลือก Starter ,Main Course , Dessert ได้คนละ 1 อย่าง ส่วน Cocktail เหล้าเบียร์ สามารถสั่งได้เรื่อยๆแบบไม่มีลิมิต (ชอบตรงนี้แหละ)

DSCF5892
Dinner @ Jing Restaurant

Pool Villa กลางดึกดูดาวบนทางช้างเผือก

หลังจากดินเนอร์เสร็จก็กลับเข้าห้องพักตอนแรกกะว่าจะนอนละ เพราะเหนื่อยมาก หลังจากเดินทางมาทั้งวัน แต่พอเปิดเข้ามาหลังบ้านและเห็นสระว่ายน้ำ และดวงดาวบนท้องฟ้าแบบไม่มีเมฆบดบังเท่านั้นแหละ  แก้ผ้าลงน้ำกันเลยจ้า ไม่มีใครเห็นเพราะมันจะมีกำแพงบังอยู่ความกล้าจึงบังเกิด 555

ขอไม่อัพรูปละกัน เดี๋ยว 20+

ก็จบลงสำหรับการมาถึงประเทศมัลดีฟต์ที่ Constance Halaveli ในวันแรก ไว้เขียนต่อตอนต่อไปจะพาไป

  • ดำน้ำ
  • ดูสระว่ายน้ำ
  • สปา

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้…

 

แสดงความคิดเห็นได้เลยฮะ

2 Replies to “บันทึกท่องเที่ยวฮันนีมูนมัลดีฟส์ ตอนที่ 2: สู่เกาะมัลดีฟส์”

แสดงความคิดเห็นได้เลยฮะ :