ชีวิตหลังปิด notification

กลับมาเขียนบล๊อกหลังจากที่ไม่ได้เขียนมาเป็นเวลานาน เนื่องจากผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…

ก็ยอมรับตามตรงว่า ถึงแม้เราจะมาทำงานในตำแหน่งผู้บริหารของกิจการที่บ้าน แต่ก็ยังรู้สึกว่า ยังไม่สามารถบริหารจัดการเวลาได้ดีนัก ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ไม่ยอมทำสิ่งที่ควรจะทำของตัวเองซักที มัวแต่ไปตอบสนองความต้องการของคนอื่น จนไม่มีเวลาทำสิ่งที่สำคัญที่สุดของตัวเอง

จากการกระทำดังกล่าว เลยทำให้รู้สึกแย่กับตัวเองไปพักนึง เลยกลับมานั่งคิดนอนคิดดูใหม่ ว่าเราควรจะปรับปรุงอะไรได้บ้างในเรื่องของการบริหารจัดการเวลาในชีวิตประจำวันของเรา

และก็ได้คุยเรื่องนี้กับ @lanthana ดูเหมือนกันว่า ควรจะทำยังไงดี เค้าก็เลยแนะนำสิ่งที่สำคัญที่เราคิดว่า เป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดอันหนึ่งในช่วงนี้ คือ…

ปิด notification ในมือถือไปซะ – @lanthana

เออเฮ้ย… เป็นคำแนะนำง่ายๆที่เราไม่คิดว่า จะนำมันมาลองใช้แล้วได้ผลแฮะ ทุกทีถึงแม้ว่าหลังๆมานี่จะเป็นคนไม่ค่อยติดมือถือละนะ หมายถึง ลดปริมาณการเช็คมือถือลงไปเยอะละ แต่ก็ยังชอบแอบไปดูพวก notification อยู่บ้าง ว่ามีใครตอบเมล ตอบ mention ใน social network ต่างๆมาบ้างรึป่าว? โดยเฉพาะ Gmail Twitter และ Line (ช่วงหลังๆมา active ในสอง social network นี้เพื่อหนีลูกน้องชอบ add friend มาเยอะใน Facebook)

ปรับ notification ของ social network เป็น off ไม่ก็ badges

การเข้าไปดู notification บ่อยๆ อาจะทำให้เราตอบ mention ได้ทันท่วงทีก็ตาม แต่ก็ส่งผลร้ายกับเราในแง่ของจิตวิทยาที่ว่า เราต้องพะวงมาคอยดูมือถืออยู่ตลอดเวลา พอมีเรื่องอะไรขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ต้องเข้าไปดู ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าไปตอบก็เถอะ ทำให้เราไม่มีสมาธิอยู่กับงานที่กองรออยู่ตรงหน้า ทำงานแบบ passive แทนที่จะเป็นแบบ proactive (ไว้วันหลังจะมาเขียนอธิบายสองคำนี้)

จริงอยู่ที่ตอนแรกเราคิดว่าเราสามารถจัดการมันได้ เราสามารถที่จะดู notification เฉยๆแล้วกลับไปทำงานที่อยู่ตรงหน้าได้ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ไม่เลย เราจะเป็นกังวล คิดมาก ว่าคนที่ส่งอีเมลมา ส่งข้อความมา มันจะรอเรามั้ย? มันจะคิดยังไง? และสุดท้ายก็จะทำให้ไม่มีสมาธิทำงานที่อยู่ตรงหน้า

แต่หลังจากที่ @lanthana ได้ให้คำแนะนำมา เราก็ปิด notification หมดทุกอย่างเลยที่เกี่ยวกับเรื่องที่จะมีคนส่งข้อความมาได้ เหลือไว้ก็แค่ badge ที่แสดงจำนวนข้อความสีแดงๆไว้ แต่ถ้าใคร hardcore หน่อยก็ปิดมันไปด้วยก็ได้ และให้สัญญากับตัวเองว่า จะมาเปิดดูก็ต่อเมื่อทำงานที่อยู่ตรงหน้าเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น

หน้า Home Screen ของ iPhone เรา

ผลก็คือ เราสามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิมากขึ้น ไม่พะวงกับว่า ใครจะส่งอะไรมาหรือเราจะต้องไปตอบอะไรใคร ณ เวลานั้นๆ นี่ทำมาได้ 1 สัปดาห์ละ และหวังว่าจะทำต่อไปเรื่อยๆ…

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ <3

แสดงความคิดเห็นได้เลยฮะ

แสดงความคิดเห็นได้เลยฮะ :