เล่าประสบการณ์ ปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง

ก่อนหน้านี้ได้เขียนไว้ว่า วางแผนการไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เราก็ได้ไปจริงๆในปีนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่อยากทำให้ได้ในปี 2017

วันนี้เลยอยากจะมาเขียนเล่าประสบการณ์ที่ไปปฏิบัติธรรมมาซะหน่อยว่า ได้ไปทำอะไรมาบ้าง กิจวัตรประจำวัน วิธีการฝึกปฏิบัติ และชีวิตความเป็นอยู่ในวัดเป็นอย่างไร

จะไปเข้าวัดทั้งทียังมีมารผจญ

คืนวันก่อนที่จะเข้าไป พวก @mack2happy @msas_o และ @asukas ได้พาไปกินอาหารญี่ปุ่นร้าน Sora แถวถนนศิริมังคลาจารย์ ซึ่งก็สั่งกันเยอะมาก สั่งไปสามสิบกว่าจานได้มั้ง และก็ไปกินบิงซูที่ร้านชีวิตชีวาข้างๆต่ออีก ทำให้คืนนั้นปวดท้องมาก เนื่องจากอาหารไม่ย่อย กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสามกว่า เพราะต้องออกไปซื้อยากินเองตั้งแต่ตีหนึ่ง

ผลปรากฏว่า… ทำให้วันรุ่งขึ้นตื่นไปเข้าวัดไม่ไหว ต้องเลื่อนไปอีกวันนึง…

โฉมหน้ามารผจญผู้พาไปกินอาหารญี่ปุ่นจนปวดท้อง ไม่ได้นอน
หัวหน้าแก๊งค์ @mack2happy

วันแรกที่เข้าไป

เข้าวัดวันแรกพระให้มาลงทะเบียนที่สำนักงานก่อน 7 โมง แต่งชุดขาว กรอกใบลงทะเบียนและฝช้หลักฐานคือบัตรประจำตัวประชาชน  การมาปฏิบัติธรรมต้องอยู่วัดอย่างน้อย 3 วัน 3 คืน หรืออย่างมาก 45 วันมั้ง เท่ากับจบ 1 คอร์ส

หลังจากนั้นก็ให้ฝากโทรศัพท์มือถือ เพราะที่วัดมีกฎว่าห้ามใช้ ถ้าจะใช้ต้องมาขออนุญาติใช้ที่ส่วนกลางเท่านั้น แต่เราเอาใส่ไว้ในรถและจอดไว้ตรงที่จอดรถของวัด ก็เลยไม่ได้ฝากไว้

เมียส่งรูปลูกมาแสดงความคิดถึง ก่อนเข้าวัด
เมียส่งรูปลูกมาแสดงความคิดถึง ก่อนเข้าวัด

อบรมทฤษฎีกันก่อน

ประมาณ 8 โมง ก็มีแม่ชีมาพาไปเดินดูสถานที่ที่สำคัญต่างๆของวัด ไม่ว่าจะเป็นโรงฉัน อุโบสถ เจดีย์ ที่พัก ที่ปฏิบัติธรรม และสถานที่สำคัญต่างๆที่จำเป็นต้องทราบในการมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้

เสร็จแล้วก็พาไปทำพิธีรับศีล และสอนทฤษฎีที่ศาลา โดยสิ่งที่ต้องทำเป็นก็จะมี การกราบ การกราบแบบสติปัฏฐาน การไหว้พระสวดมนต์ การเดินจงกรม และการนั่งสมาธิ รวมถึงมีพระมาเทศน์เหมือนการปฐมนิเทศน์ให้ฟังก่อนจะเข้าร่วมปฏิบัติธรรมจริงๆ

ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะแยกย้ายไปทานข้าว

กิจวัตรประจำวัน

สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาปฏิบัติธรรม เพื่อให้เห็นเป็นตารางเวลา ขอเขียนเป็นข้อๆดังนี้

  • 4:00 น. – 4:30 น. ตื่นนอน ทำธุระส่วนตัว
  • 4:30 น. – 6:30 น. ทำวัตรเช้า คือ การไปสวดมนต์ ฟังธรรม กราบสติปัฏฐาน นั่งสมาธิและเดินจงกรม
  • 6:30 น. – 7:00 น. รับประทานอาหารเช้า
  • 7:00 น. – 8:30 น. ปฏิบัติธรรมต่อ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม
  • 8:30 น. – 9:00 น. เข้า mini session การฟังธรรม และไหว้พระสวดมนต์
  • 9:00 น. – 10:30 น. ปฏิบัติธรรมต่อ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม
  • 10:30 น. – 11:00 น. รับประทานอาหารเพล
  • 11:00 น. – 12:00 น. พักเที่ยง
  • 12:00 น. – 13:30 น. ปฏิบัติธรรมต่อ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม
  • เข้า mini session การฟังธรรม และไหว้พระสวดมนต์
  • ปฏิบัติธรรมต่อ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม
  • กวาดลานวัด
  • สอบอารมณ์กับพระวิปัสสนาจารย์
  • พัก
  • ทำวัดเย็น คือ การไปสวดมนต์ ฟังธรรม กราบสติปัฏฐาน นั่งสมาธิและเดินจงกรม
  • ปฏิบัติธรรมต่อ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม
  • เข้า mini session การฟังธรรม และไหว้พระสวดมนต์
  • 21:30 น. อาบน้ำเข้านอน แต่บางวันอาจจะเข้ามาปฏิบัติเองที่ห้องอีก

ตารางข้างบน คือ ตารางการใช้ชีวิตของเราตอนอยู่ที่วัด สำหรับคนอื่นๆอาจจะแตกต่างไปบ้าง แต่ก็คงไม่หนีจากนี้ไปเท่าไหร่

 

อาหารการกินของทางวัด ทำโดยแม่ชี อร่อยทุกมื้อเลย ไม่รู้ว่าเพราะหิวจัดหรือเพราะอะไรเลยต้องกินเยอะไว้ก่อน

พอทานเสร็จก็ต้องเอาถาดหลุมไปล้างเอง โดยจะมีสถานีให้ล้างอยู่ 3-4 จุดหลังโรงอาหาร

นั่งสมาธิ และเดินจงกรม

การปฏิบัติธรรมที่วัดสอน คือ การหันเข้ามาดูจิตใจตัวเอง การอยู่กับปัจจุบัน การยอมรับสภาพความเป็นจริง ณ เวลานั้น เค้าเลยสอนให้เรานั่งสมาธิเพื่อกำหนดลมหายใจ และการเดินจงกรม เพื่อให้เรามีสติอยู่กับตัวเองตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง นอน

เวลาเดินจงกรม เราจึงต้องภาวนาว่า ซ้ายย่างหนอขวาย่างหนอ อยู่ตลอดเวลา แต่หลังๆ เรารู้สึกว่ามันเร็วไป เราเลยเพิ่มคำภาวนาด้วยคำว่า ยกหนอ 3 ครั้ง ย่างหนอ 3 ครั้ง และเหยียบหนอ อีก 3 ครั้ง เพื่อให้เหมือนจะพิจารณาการเดินได้อย่างละเอียดขึ้น

ส่วนการนั่งสมาธิ เราก็ภาวนาตามที่พระสอนว่า ยุบหนอ พองหนอ ไปตลอด session ของการฝึก

ถามว่าเห็นอะไรมั้ย? ก็ไม่ได้เห็นอะไรเป็นพิเศษหรอกนะ แต่ก็รู้สึกสงบขึ้น ไม่ได้คิดอะไร ปวดตรงไหนก็กำหนดจิตไปตรงนั้น เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงตามกฎของไตรลักษณ์ อาการปวดมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

เจดีย์กลางวัด สามารถไปปฏิบัติธรรมรอบๆบริเวณนี้ได้
ลานในอุโบสถ สามารถไปปฏิบัติธรรมได้เช่นกัน

วันที่ออกวัด

ปฏิบัติธรรมได้ครบ 3 วันแล้ว ก่อนจากวัด เวลาประมาณ 6:30 น. เค้าก็ให้ไปทำพิธีลาศีล กราบไหว้ และขอขมาครูบาอาจารย์ที่ได้สอนวิชาให้เรา และชำระหนี้สงฆ์ตามศรัทธา

ประสบการณ์ที่ได้รับ

วันแรกที่มาถึงและเห็นที่พักแล้ว บอกเลยว่า อยากกลับบ้านทันที เพราะช่างต่างจากภาพที่คิดเอาไว้มาก ต้องนอนพื้นมีฟูกบางๆรอง อากาศก็หนาวตอนกลางคืน ยุงก็เยอะ แถมต้องถือศีล 8 ไม่ได้กินข้าวเย็นอีก

แต่อยู่ไปได้ 1 วันแล้วก็รู้สึกปรับตัวได้ สามารถปฏิบัติธรรมได้แบบไม่ได้มีอาการต่อต้านทางจิตใจมากขึ้น

นั่งสมาธิก็มีประสบการณ์แปลกๆอยู่ครั้งนึง คือ อยู่ๆมือก็หายไปทั้งสองข้างเลย จะว่าชามันก็ไม่ใช่ เพราะ ปกติเวลาเรานั่งนานๆมันจะมีอาการชาที่ขา จะมีอาการปวดที่หลัง ทำให้เราเอาจิตไปเพ่งมันได้ เพราะมันรู้สึกอย่าง แต่นี่มันเหมือนไม่มี หายไปเลย ซึ่งก็ลืมเอาไปถามวิปัสนาจารย์ตอนไปสอบอารมณ์…

เออ ที่นี่เป็นสถานปฏิบัติธรรมแบบนานาชาติด้วยนะ มีชาวต่างชาติมาปฏิบัติด้วย เต็มเลย มีหอที่เก็บพระไตรปิฎกทั้งภาษาไทย จีน ญี่ปุ่น สันสกฤษและภาษาอังกฤษด้วย

ส่วนสิ่งที่ได้รับจากการปฏิบัติธรรมจริงๆ นอกจากจะเป็นเรื่องการเข้าใจในพระพุทธศาสนามากขึ้นนิดนึงแล้ว ยังเข้าใจในแง่ของจิตใจตัวเองมากขึ้น สงบมากขึ้น เหมือนมา reset ตัวเองครั้งนึงต่อปี ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมาอีกอาจจะปีละครั้งหรือสองครั้ง

 

จบละ

เดี๋ยวถ้านึกอะไรออกจะมาเขียนเพิ่ม…

จบแล้วต้องออกมาหาข้าวเหนียวหมูปิ้งและกาแฟกิน
จบแล้วต้องออกมาหาข้าวเหนียวหมูปิ้งและกาแฟกิน

 

แสดงความคิดเห็นได้เลยฮะ

2 Replies to “เล่าประสบการณ์ ปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง”

  1. ร่มเย็นเหมาะมากสำหรับการปฏิบัติธรรม เป็นสัดส่วนดี มีต้นไม้ บรรยากาศสงบร่มรื่นดีครับ

    1. ต้องลองไปปฏิบัติด้วยตัวเองดูครับ แล้วจะเข้าใจ 🙂

แสดงความคิดเห็นได้เลยฮะ :