เครียดกับเรื่องงาน

เมื่อวานเราเครียดกับเรื่องงานฟรีๆมาสองสามวันติดกัน โดยงานที่ว่า เราทำอะไรกับมันไม่ได้ และเราก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอดโดยไม่ทำมัน

รู้สึกเสียดายเวลาที่เราเครียดไปฟรีๆจริงๆเลย แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก วันนี้เลยอยากมาเขียนถึงมันหน่อย เพื่อที่เราจะได้รู้ว่า เราจะทำยังไงกับมันดี

งานที่ว่า ก็คือ งานการทำ presentation เพื่อใช้ในการแถลงนโยบายประจำปีของบริษัท ซึ่ง เราไม่เคยทำซักที แต่คิดนะ ว่าอยากทำมาตลอด อยากมี presentation ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานในการทำงานดูซักครั้ง

แต่ก็ไม่เคยได้ทำ…

ปีนี้ เราลองทำดู แต่สิ่งที่ได้กลับมา ณ ตอนนี้ ที่ยังทำไม่เสร็จ คือ ความเครียด ความกังวล เพราะนอกจากจะกังวลเรื่องสไลด์ presentation แล้ว ยังกังวลเรื่อง การจะต้องออกไปพูดต่อหน้าพนักงานเยอะๆอีกต่างหาก

เอาจริงๆคือ เราไม่ชอบพูดต่อหน้าคนเยอะๆเท่าไหร่นัก

ดังนั้น นอกจากจะเครียดเรื่องการทำ presentation ไม่เสร็จแล้ว ยังต้องมาเครียดเรื่องการต้องออกไปพูดหน้าห้องอีก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้คิดว่า กรรมการผู้จัดการใหญ่ จะเป็นคนออกไปพูดมาตลอด

เมื่อวานเราเลยลองคุยเรื่องนี้กับภรรยาดู เธอก็มีความเห็นว่า…

เราอาจจะมีความคาดหวังสูงเกินไป เพราะเราเป็นคนชอบทำอะไรให้ดีถึงดีมากอยู่แล้ว เอาจริงๆก็เกือบจะเป็นพวก Perfectionist หรือพวกที่รักความสมบูรณ์แบบอยู่นิดนึง ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือแม้กระทั่งการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย เราชอบทำให้มันดีที่สุด ถ้าแพ้หรือถ้าทำไม่ดีมา ก็จะรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นัก

เธอเลยแนะนำให้คิดว่า ทำไปประมาณ 50-70% ก็พอ แล้วก็ไม่ต้องคาดหวังว่าทำแล้ว ผลของมันจะสร้างแรงบันดาลใจได้จริงๆรึป่าว แต่นี่เป็นแค่การเริ่มต้นของการทำอะไรใหม่ๆให้กับองค์กร

แล้วก็ไม่ต้องเอางานมาคิดหรือมาทำนอกเวลางาน ให้แบ่งเวลาให้ถูก

นอกจากนี้ยังพูดอีกว่า

ลูก ไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่ดีที่สุด แต่ต้องการพ่อแม่ที่ดีพอ

พอได้คุย พอได้คิดแบบนี้แล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นหน่อย และก็เลิกคิดเรื่องงานไปเลย เมื่อคืน..

เลยไม่รู้ว่า เพราะการคิดได้ หรือ การได้ระบายความคิดที่ติดอยู่ในหัวออกไปกันแน่ ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเหมือนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

แสดงความคิดเห็นได้เลยฮะ

แสดงความคิดเห็นได้เลยฮะ :